ตำแหน่งของคุณ Home กทม

ตร.เตือนภัยกรณีมิจฉาชีพแอบแฝงตัวมาในรูปแบบเกมส์ออนไลน์

วันที่ 3 ต.ค.ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. กล่าวเตือนภัยกรณีที่มีเหล่ามิจฉาชีพแอบแฝงตัวมาในรูปแบบเกมส์ออนไลน์ เพื่อหลอกลวงเอาข้อมูลส่วนตัว รวมถึงข้อมูลเกี่ยวกับการเงินเนื่องด้วยการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้ประชาชนต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำกิจกรรมหรือธุรกรรมต่างๆ โดยหันมาทำผ่านสื่อสังคมออนไลน์หรือแอพพลิเคชั่นมากขึ้น ผนวกกับการที่ประชาชนอยู่บ้านมากขึ้นรวมถึงเด็กและเยาวชนที่ต้องเรียนออนไลน์ที่บ้าน จึงมักจะเล่นเกมส์ในเวลาว่างเพื่อเป็นการผ่อนคลายกันมากขึ้น ทำให้มีเหล่ามิจฉาชีพแฝงตัวมาในรูปแบบเกม์ออนไลน์ ด้วยการโฆษณาผ่านช่องทางต่างๆ ชักชวนให้เข้ามาเล่น เมื่อดาวโหลดเกมส์ดังกล่าวมาแล้ว ก็มักจะมีการลงทะเบียน โดยสอบถามข้อมูลส่วนบุคคลต่างๆ รวมถึงข้อมูลทางการเงิน โดยหลังจากลงทะเบียนไปแล้วเหล่ามิจฉาชีพก็อาจจะเอาข้อมูลดังกล่าวไปใช้หาผลประโยชน์ในทางที่ผิด ดังเช่นในกรณีที่เกิดขึ้นเมื่อช่วงต้นเดือนกันยายน 2564 ที่ อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา มีชายคนหนึ่งได้ลงทะเบียนข้อมูลต่างๆ รวมถึงข้อมูลบัญชาธนาคาร เพื่อเล่นเกมส์ และมาทราบในภายหลังว่า มีการนำข้อมูลบัญชีธนาคารดังกล่าวไปใช้ในการปล่อยเงินกู้ โดยที่ตนไม่ได้รับรู้แต่อย่างใด หรือในบางรายอาจมีการหลอกให้ผู้เสียหายโอนเงินเพื่อเข้าร่วมเล่นเกมส์ โดยมีข้อเสนอว่าจะได้ผลตอบแทน สุดท้ายก็จะไม่สามารถถอนเงินออกมาได้จริง ซึ่งก็เคยเกิดขึ้นแล้ว ในช่วงเดือนมิถุนายน 2564 ได้มีผู้ใช้ Facebook โพสต์บอกเล่าเรื่องราวว่าภรรยาของตน ได้ถูกชักชวนให้เล่นเกมส์โดยการเติมเงินเข้าไปและทำภารกิจต่างๆ เพื่อจะได้เงินตอบแทน ซึ่งสุดท้ายก็ไม่สามารถถอนเงินออกมาได้ และสูญเสียเงินไปกว่า 400,000 บาท ในส่วนของเด็กและเยาวชน ผู้ปกครองก็ต้องคอยควบคุมเวลาการเล่นเกมส์ของบุตรหลาน ให้เล่นเกมส์ที่มีเนื้อหาเหมาะสม ไม่รุนแรง เพื่อป้องกันการเกิดพฤติกรรมเลียนแบบที่ผิดกฎหมาย และคอยส่งเสริมให้บุตรหลานใช้เวลาว่างทำกิจกรรมอื่นๆ ที่เป็นประโยชน์พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มีความห่วงใยประชาชนและตระหนักถึงพิษภัยการจากการหลอกลวงของมิจฉาชีพในลักษณะดังกล่าว อันเป็นการสร้างความเสียหายซ้ำเติมความเดือดร้อนของประชาชน จึงได้กำชับไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้มีมาตรการและดำเนินการป้องกันปราบปรามตามขั้นตอนของกฎหมายพล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้ขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาล โดยสั่งการไปยังทุกหน่วยงานในสังกัด ให้ทำการสืบสวนสอบสวนปราบปราจับกุมกลุ่มมิจฉาชีพ เร่งทำการจับกุมบุคคลตามหมายจับ รวมถึงขยายผลไปถึงเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง และดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายอย่างจริงจังต่อเนื่อง เพื่อให้มีผลการปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมและสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนต่อไปการกระทำลักษณะดังกล่าวนอกจากจะเป็นการซ้ำเติมพี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนกันอยู่แล้วและยังเข้าข่ายความผิดฐานนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ด้วยข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ ในประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประชาชน มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับและความผิดฐานฉ้อโกง มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หรือกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งในฐานความผิดดังกล่าวเป็นความผิดต่อส่วนตัว ผู้เสียหายจะต้องเข้าร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวนในท้องที่ เพื่อดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิด รวมถึงเตรียมหลักฐานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น หลักฐานการโอนเงิน บันทึกการสนทนา รายการเดินบัญชีธนาคาร เป็นต้น เพื่อใช้เป็นหลักฐานประกอบการดำเนินคดี

เกี่ยวกับผู้เขียน: hogsnow

บทความยอดนิยม